|
okienokie
บุคคลทั่วไป
|
 |
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2009, 11:03:11 PM » |
|
หนังสือดี ที่เคยอ่าน
Men are FROM MARS WOMEN ARE FROM VENUS
ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์
โดย JOHN GRAY, Ph.D.
อารัมภบท หลังจากที่ลอเรนลูกสาวของเราเกิดได้หนึ่งสัปดาห์ ผมและภรรยา (บอนนี่) แทบหมดแรง ลอเรนปลุกให้เราต้องตื่นกลางดึกเกือบทุกคืน บอนนี่ต้องกินยาระหว่างพักฟื้นตลอดเวลา เมื่อเวลาห้าวันที่ผมหยุดมาช่วยเธอเลี้ยงลูกผ่านไป เธอรู้สึกดีขึ้น แต่ผมต้องกลับไปทำงานเหมือนเดิม
มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมทำงานอยู่ที่บริษัท ยาเกิดหมดขึ้นมา แทนที่เธอจะโทรฯ บอกผม เธอกลับวานให้พี่ชายผมที่แวะมาเยี่ยมหลานช่วยซื้อให้ แต่พี่ผมออกไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย เธอจึงต้องทนเลี้ยงลูกทั้ง ๆ ที่ยังเจ็บแผลอยู่ ผมไม่คิดเลยว่าวันนั้นทั้งวันจะเป็นวันแห่งความทุกข์ของเธอ ทันทีที่ผมถึงบ้าน เธอก็ตัดพ้อขึ้นมาทันที ทำให้ผมเข้าใจผิดคิดว่าเธอกำลังจะหาเรื่องผม
เธอพูดว่า วันนี้ฉันต้องทนทั้งวัน ...ยาก็หมด ฉันนอนอยู่บนเตียงโดยไม่มีใครสนใจฉันเลย
ผมโต้กลับไปทันทีว่า แล้วทำไมไม่บอกผม
เธอตอบว่า ฉันวานพี่คุณแล้ว คุณจะให้ฉันทำอย่างไรได้นอกจากรอเขาซื้อกลับมาให้ แต่เขาก็ไม่มา ฉันเดินแทบไม่ไหวแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกับถูกทอดทิ้งอย่างนั้นล่ะ
ฟังมาถึงจุดนี้ผมก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ผมโกรธที่เธอไม่บอกผม ผมไม่พอใจที่มาหาเรื่องผม ทั้ง ๆ ที่ผมไม่รู้เลยว่ายาหมด หลังจากทะเลาะกันสักครู่ ผมก็เดินทางออกจากบ้านทันที ผมรู้สึกเหนื่อย รำคาญและคิดว่าฟังมามากพอแล้ว
แต่ก่อนที่ผมจะเดินหนีไป เหตุการณ์บางอย่างที่เปลี่ยนแปลงผมไปตลอดชีวิตก็เกิดขึ้น
บอนนี่พูดว่า อย่าเพิ่งไปเลยค่ะ นี่เป็นช่วงเวลาที่ฉันต้องการคุณมากที่สุด ฉันยังไม่หายดีและไม่ได้นอนมาทั้งวัน ฟังฉันสักหน่อยเถอะ
ผมหยุดนิดหนึ่ง เพื่อฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป
เธอพูดต่อว่า คุณเป็นคนแบบไหนกันแน่ จอห์น ตราบใดที่ฉันยังมีประโยชน์กับคุณ คุณก็อยู่ใกล้ฉัน แต่เมื่อไรที่ฉันทำอะไรให้คุณไม่ได้ คุณก็หนีฉันไป
พูดออกมาได้แค่นี้ เธอก็พูดไม่ออก น้ำตาเริ่มไหลออกมา เธอพยายามพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า ตอนนี้ฉันไม่สบาย ฉันต้องการคุณ เข้ามาอยู่ใกล้ฉันหน่อยได้ไหม ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ แค่กอดเฉย ๆ ก็พอ อย่าไปเลย
ผมเดินเข้าไปหาและกอดเธอไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เธอกอดผมไว้แน่น สักครู่หนึ่ง เธอก็กล่าวขอบคุณที่ผมไม่หนีเธอไป สิ่งที่เธอต้องการคือความอบอุ่นจากผมเท่านั้น :emo_084:
ช่วงเวลานี้เอง ที่ทำให้ผมรู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า รักอย่างไม่มีเงื่อนไข ผมเคยคิดเสมอว่าผมเป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง แต่เธอพูดถูก ผมเป็นเพียงเพื่อนกินเท่านั้น ตราบใดก็ตามที่เธอดี ผมก็ให้ความรักตอบกลับไป แต่เมื่อไรที่เธอไม่มีความสุขหรือไม่พอใจอะไรบางอย่าง ผมจะรู้สึกเหมือนกับถูกตำหนิ จนต้องมีปากเสียงกัน หรือไม่ผมก็ตีตัวออกห่างจากเธอไป
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมไม่หนีเธอและยอมรับว่าเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ผมอยู่กับเธอในช่วงที่เธอต้องการผมมากที่สุดได้สำเร็จ นี่กระมังคือสิ่งที่เรียกว่ารักแท้ (ซึ่งหมายถึง การเอาใจใส่กับคนอื่น เชื่อมั่นในความรัก และอยู่ในช่วงที่เธอต้องการ) ผมพบว่าการแสดงความรักด้วยการอยู่กับเธอในช่วงที่เธอต้องการนั้น ทำได้ไม่ยากเลย
ไม่รู้ว่าผมลืมเรื่องอย่างนี้ไปได้อย่างไร? ผู้หญิงทุกคนก็รู้ว่าบอนนี่ต้องการอะไร ถ้าไม่ใช่ความใกล้ชิดจากคนที่เธอรัก แต่ในฐานะผู้ชาย ผมไม่รู้จักมาก่อน ไม่รู้ว่าการกอดเฉย ๆ มีความสำคัญมากขนาดไหน หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมเริ่มเรียนรู้และมองหาแนวทางใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิตคู่ได้มากมาย แทบไม่น่าเชื่อว่า ปัญหาที่ดูเหมือนหาทางออกไม่ได้ จะแก้ไขด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ขณะที่อยู่กับภรรยาคนก่อน ในช่วงที่มีปัญหาหนัก ผมจะกลายเป็นคนที่ไม่แยแสความรู้สึกของภรรยาผมเลย เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร ผลก็คือ ชีวิตการแต่งงานครั้งแรกของผมเต็มไปด้วยความขมขื่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบอนนี่ ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผมได้อย่างไร
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมใช้เวลานานกว่าเจ็ดปีไปกับการศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงจนเกิดหนังสือเล่มนี้ หลังจากที่ศึกษาจนเข้าใจเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้ว ผมก็พบความจริงว่า ผมไม่จำเป็นต้องมีชีวิตคู่ที่ขมขื่นเสมอไป เมื่อยอมรับว่าคนสองคนไม่เหมือนกัน เราก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้มากขึ้น
ยิ่งค้นหาความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงมากขึ้น ผมก็ยิ่งพบแนวทางใหม่ ๆ ในการปรับปรุงความสัมพันธ์มากขึ้น และเรียนรู้สิ่งที่พ่อแม่รู้มาก่อนแต่ไม่ได้สอนเรา ผมเริ่มนำความรู้เรื่องนี้บอกกับลูกค้าที่มาใช้บริการคำปรึกษาจากผม ปรากฏว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นมาก มีสามีภรรยานับเป็นพัน ๆ คู่ที่เข้าร่วมสัมมนาระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์ของผมที่พบว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เจ็ดปีหลังจากนั้น คนเหล่านี้ยังคงส่งข่าวดี ๆ ถึงผมตลอดเวลา ผมได้รับรูปภาพคู่สามีภรรยาที่เต็มไปด้วยความสุขถ่ายร่วมกับลูก ๆ พร้อมกับจดหมายขอบคุณที่ช่วยรักษาชีวิตสมรสพวกเขาไว้ แม้ว่าความรักจะทำให้เกิดการแต่งงาน แต่ถ้าไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงได้ลึกซึ้งพอแล้ว สิ่งที่เริ่มต้นด้วยความรักก็อาจจบลงด้วยการหย่าร้างได้
ซูซานและจิมแต่งงานมาเก้าปี ทั้งสองเริ่มต้นด้วยความรักเหมือนกับคู่อื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความขัดแย้งและไม่เข้าใจกันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ความรักเริ่มจางหายไปจนถึงจุดที่ต้องการหย่า แต่ก่อนหย่าทั้งคู่ได้มาเข้าฟังสัมมนาของผม ซูซานบอกว่า เราทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานแล้ว แต่เราสองคนแตกต่างกันมากเหลือเกิน
ในระหว่างสัมมนา ทั้งคู่รู้สึกแปลกใจที่ว่าความแตกต่างระหว่างสองคนนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องปกติแล้ว ยังเป็นเรื่องที่ใคร ๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นอีกด้วย เขาพบว่าคู่อื่น ๆ ก็เจอปัญหาเหมือนกัน สองวันหลังจากสัมมนา ซูซานและจิมเข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้หญิงและผู้ชายเป็นอย่างดี
ทั้งสองกลับมารักกันอีกครั้งและความสัมพันธ์ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ไม่มีการพูดถึงการหย่าอีกต่อไป มีแต่คิดว่าจะอยู่ด้วยกันให้นานที่สุดได้อย่างไร จิมพูดว่า ความเข้าใจเรื่องความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ทำให้ผมได้ภรรยาผมกลับมาอีกครั้งหนึ่ง นี่เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมเคยได้รับ ความรักของเราเกิดใหม่อีกครั้ง หกปีหลังจากนั้น ทั้งสองคนเชิญผมไปเยี่ยมบ้านหลังใหม่และพบกับครอบครัวของพวกเขา เขาทั้งสองยังรักกันดีและขอบคุณผมที่ช่วยให้เข้าใจซึ่งกันและกันและยังใช้ชีวิตร่วมกันได้
เกือบทุกคนรู้ว่าผู้ชายแตกต่างจากผู้หญิง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันอย่างไร หนังสือส่วนมากในรอบสิบปีที่ผ่านมา พยายามมองไปข้างหน้า เพื่อกำหนดและให้คำนิยามความแตกต่างอันนี้ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะก้าวหน้าไปขนาดไหนก็ตาม หนังสือส่วนใหญ่ก็ยังเขียนแบบเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและโยนความผิดให้อีกฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ทุกคนอยากรู้จริง ๆ ก็คือ ผู้ชายและผู้หญิงแตกต่างกันที่ตรงไหนบ้าง เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายให้ดีขึ้น
เราจำเป็นต้องเข้าใจว่า ความแตกต่างของทั้งสองฝ่ายที่มีสาเหตุมาจากความรักตัวเองและศักดิ์ศรีของแต่ละคน ขณะเดียวกัน ก็ต้องกระตุ้นให้เกิดความเชื่อใจซึ่งกันและกัน มีความรับผิดชอบ ร่วมมือร่วมใจ และรักกันมากขึ้น ผลการสอบถามคนที่ร่วมสัมมนากว่า 250,000 คน ทำให้ผมสามารถกำหนดนิยามความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงได้ เมื่อคุณค้นพบความแตกต่างเหล่านี้แล้ว กำแพงของความไม่เข้าใจก็จะทลายลงไป ถ้าเราทำใจให้กว้าง เราจะให้อภัยคนอื่นได้ง่ายและพร้อมที่จะเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ความรักได้ ด้วยความรู้จากหนังสือเล่มนี้ ผมหวังว่าคุณจะสามารถพัฒนาและค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ได้ด้วยตนเอง จนสามารถทำได้มากกว่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ได้
หลักการทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว อย่างน้อยที่สุดกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จาก 250,000 คนที่ผ่านการสัมมนารู้สึกอย่างเดียวกันกับสิ่งที่อธิบายไว้ในหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วพยักหน้าพร้อมกับพูดว่าออกมาว่า ใช่เลย เหมือนที่กำลังเป็นพอดี ขอให้มั่นใจได้เลยว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก เมื่อคนจำนวนมากได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ได้ คุณก็ควรได้รับเช่นกัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
okienokie
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2009, 11:04:44 PM » |
|
หนังสือ ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ เปิดเผยแนวทางที่ช่วยลดความขัดแย้งอันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดี และทำให้เกิดความรักมากขึ้น โดยเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจะเสนอวิธีสร้างความสุขและความสมหวัง ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายไม่จำเป็นต้องยุ่งเหยิงเสมอไป เพราะความทุกข์หรือความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เราไม่เข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
มีคนมากมายที่มีชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย ทั้งสองคนรักกัน แต่เมื่อเกิดปัญหาพวกเขากลับไม่รู้วิธีที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เมื่อไรที่คุณยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขว่าผู้ชายแตกต่างจากผู้หญิงเท่านั้น มันจะทำให้คุณรู้วิธีการปรับความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น ยอมรับฟังความคิดเห็นจากอีกฝ่ายหนึ่ง และเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี คุณจะรู้แนวทางสร้างความรักแบบที่คุณต้องการ เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้จบ คุณอาจประหลาดใจว่า คู่ที่เขาอยู่กันได้อย่างมีความสุขนั้น อยู่มาได้อย่างไรโดยที่ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ คือคู่มือใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขสำหรับยุคนี้ มันเปิดเผยให้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในทุก ๆ ด้าน ไม่เพียงแต่บอกให้รู้ว่าพวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษาที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังบอกให้รู้ว่า แม้แต่ความคิด ความรู้สึก การรับรู้ การตอบโต้ การแสดงอาการสนองตอบ ความรัก ความต้องการและการชื่นชม ล้วนแตกต่างกันทั้งสิ้น จนดูราวกับว่าทั้งสองฝ่ายมีต้นกำเนิดมาจากดาว (เคราะห์) คนละดวง พูดคนละภาษา และมีความต้องการไม่เหมือนกัน
ความเข้าใจเรื่องความแตกต่าง ช่วยลดความสับสนและทำให้เข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งได้มากขึ้น ช่วยหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดได้ แก้ไขความคาดหวังผิดๆ ได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณตระหนักอยู่เสมอว่าอีกฝ่ายหนึ่งแตกต่างจากคุณราวกับว่ามาจากดาวคนละดวง คุณจะรู้สึกสบายใจและอยู่ร่วมกับความแตกต่างได้ดีขึ้น
สิ่งสำคัญก็คือ ตลอดทั้งเล่มคุณจะรู้แนวทางแก้ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างของทั้งสองฝ่าย หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีด้านจิตวิทยา แต่เป็นคู่มือปฏิบัติเพื่อทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรัก
หลักต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วทั้งสิ้น และคุณสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างหลายเรื่องของหนังสือเล่มนี้ อาจทำให้คุณต้องอุทานว่า เหมือนจังเลย มีใครไปบอกคุณหรือเปล่า? ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมก็คงไม่ผิดไปจากคนอื่นๆ ผู้หญิงอาจพูดว่า ในที่สุด เขาก็ยอมรับฟัง ฉันไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกต่อไปแล้ว เมื่อคุณอธิบายความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิง สามีจะเข้าใจฉันได้มากขึ้น ขอบคุณมาก
มีคนนับพันบอกว่า หลังจากที่รู้ว่าผู้ชายมาจากดาวอังคารและผู้หญิงมาจากดาวศุกร์แล้ว ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกจากความเข้าใจนี้ ไม่เพียงแต่จะมีผลทันทีเท่านั้นแต่ยังคงอยู่นานตลอดไปด้วย
แน่นอนที่สุด เรื่องของความรักอาจต้องพบอุปสรรคบ้าง ปัญหาบางอย่างก็หลีกหนีไม่พ้น แต่ปัญหาพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่พอใจหรือไม่ยอมรับ อาจกลายเป็นโอกาสดีสำหรับคุณ ที่จะทำให้ความรัก ความห่วงใยและความเชื่อใจเพิ่มมากขึ้นก็ได้
หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่จะ แก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างฉับพลัน หรือทำให้ปัญหาทุกอย่างหมดไป แต่เป็นหนังสือที่เสนอแนวทางใหม่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเป็นไปด้วยดี เมื่อคุณพบปัญหาในลักษณะนี้ คุณจะมีเครื่องมือที่ทำให้ได้ความรักอย่างที่คุณสมควรได้รับ และให้ความรักกับคู่ของคุณอย่างที่เขาหรือเธอสมควรได้รับ
ในหนังสือเล่มนี้ ผมแยกความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงค่อนข้างชัดเจน บางทีคุณอาจเห็นว่าบางเรื่องมากไปหรือน้อยไป เพราะแต่ละคนย่อมมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ในการสัมมนาบางครั้งของผม พวกเขาบอกว่า ตัวอย่างที่ผมยกมาอธิบายนั้นคล้ายกับสิ่งที่พวกเขาเคยเจอมาก่อน เพียงแต่ว่าสลับกัน ผู้ชายมีความรู้สึกเหมือนกับผู้หญิง และผู้หญิงมีความรู้สึกเหมือนผู้ชาย ผมเรียกเหตุการณ์นี้ว่า การสลับบทบาท
ถ้าคุณพบว่าคุณมีพฤติกรรมแบบสลับบทบาท ผมขอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อตอนที่คุณไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ไม่ว่าจะลืมหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้ชายหลายคนไม่ยอมรับว่าตัวเองชอบมีอำนาจ อยากให้มีคนรักและเอาใจใส่มากๆ ในทำนองเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนปฏิเสธคุณสมบัติบางอย่างที่ผู้หญิงควรมีเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับอำนาจและความเข้มแข็ง ถ้าคุณเป็นแบบนี้แล้ว การอ่านหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณดีขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นชายและความเป็นหญิงอีกด้วย
ในหนังสือเล่มนี้ ผมไม่ได้บอกตรงๆ ว่า ทำไมผู้ชายจึงแตกต่างจากผู้หญิง เพราะเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบที่สลับซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นด้านกายภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ในวัยเด็ก พื้นเพด้านการศึกษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป ฯลฯ
ถึงคุณจะได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้มากมายขนาดไหน แต่หนังสือเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจช่วยให้คุณเลิกปรึกษาจิตแพทย์ได้ แม้กระทั่งคนที่มีสุขภาพจิตก็ยังต้องการคำปรึกษาเช่นกัน ผมยังเชื่อว่าการเข้ารับการรักษาและรับฟังคำปรึกษาจากจิตแพทย์ ยังมีประโยชน์
แม้ผมจะเคยได้ยินหลายคนพูดว่า พวกเขาได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้มากกว่าเข้ารับการรักษาเป็นปี ๆ เสียอีก แต่ผมเชื่อว่าการเข้ารักษานานเป็นปีๆ นั่นแหละ คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้พวกเขานำความรู้จากหนังสือเล่มนี้ไปใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จ
ถ้าความสัมพันธ์ของคุณเต็มไปด้วยความขัดแย้งและไม่เข้าใจกัน หนังสือเล่มนี้จะช่วยคุณได้มาก และถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของคุณจะเต็มไปด้วยความรักและสมหวัง คุณก็ยังจำเป็นต้องรู้เทคนิคใหม่ๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ให้มากขึ้นเช่นกัน เพราะใครจะไปรู้ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร
ผมมั่นใจว่าทุกคนได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ ความรู้สึกในแง่ลบอันเดียวที่ผมได้รับก็คือ น่าจะมีใครบอกเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ไม่มีใครสายเกินไปกว่าที่จะเพิ่มความรักให้กับชีวิตตัวเอง ขอเพียงยอมรับและพร้อมที่จะเรียนรู้แนวทางใหม่ๆ เท่านั้น ไม่ว่าคุณจะกำลังจะมีปัญหาหรือไม่ก็ตาม ถ้าคุณอยากมีชีวิตคู่ที่ดี นี่เป็นหนังสือที่คุณต้องอ่าน
ผมมีความสุขมากที่มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณ ขอให้ชีวิตคุณเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ ขอให้อัตราการหย่าร้างลดลง และจำนวนคู่สมรสที่มีความสุขเพิ่มมากขึ้น ลูกหลานของเราสมควรที่จะดำรงอยู่ในโลกที่ดีกว่าวันนี้
จอห์น เกรย์ 15 พฤศจิกายน 1991 มิลล์ แวลเลย์ แคลิฟอร์เนีย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ณุ
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2009, 11:39:49 PM » |
|
โหยย ย . ยาวว ว ซะ ..
"บางครั้ง" เราต่างก็รู้นะว่า ควรทำอะไร แต่ .. "หลายครั้ง" เรากลับไม่ได้ทำอย่างที่ "ควรทำ"
อาจเพราะขี้เกียจ อาจเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ... หรือเหตุผลอะไรก็สุดแล้วแต่ (จะสรรหามาอ้าง)
แต่ยอมรับเถอะ .. หลักการพื้นฐานคือความรัก และถ้ารักกัน ก็ต้องแคร์กันและกันล่ะครับ รวมทั้ง ไม่มีวิธีอื่นที่จะพิสูจความรักหรอกครับ นอกจากการกระทำ :SH
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
หัวใจในภาพถ่าย (ก็ยังอยากถ่ายสาวๆอยู่ 555...)
|
|
|
|
okienokie
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2009, 02:38:53 AM » |
|
จำได้ไหมว่าเราแตกต่างกัน
เมื่อจำไม่ได้ว่าแต่ละคนแตกต่างกัน และผู้ชายไม่มีวันเหมือนผู้หญิงอย่างเด็ดขาด ทำให้เรามักโกรธหรือไม่เข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ๆ เราคิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องคิดและทำเหมือนกับเรา เราอยากให้อีกฝ่ายหนึ่ง ชอบเหมือนกับที่เราชอบ และ รู้สึกเหมือนกับที่เรารู้สึก
เราคิดผิดไปว่า ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งรักเราแล้ว พวกเขาจะแสดงออกและประพฤติในแบบเดียวกันกับเรา ความคิดแบบนี้ทำให้ต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า และไม่มีเวลามาสนใจเรื่องความแตกต่างของทั้งสองฝ่าย เรามักคิดผิดไปว่า ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งรักเราแล้ว พวกเขาจะแสดงออกและประพฤติในแบบเดียวกันกับเรา ผู้ชายหวังว่าผู้หญิงจะคิด พูดจา และแสดงออกเหมือนกับที่ผู้ชายต้องการ ผู้หญิงคิดว่าผู้ชายจะคิด พูดจา และแสดงออกเหมือนกับที่ผู้หญิงต้องการ เราลืมความจริงที่ว่าผู้หญิงและผู้ชายไม่มีวันเหมือนกันได้เลย ผลของการคิดแบบนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงและผู้ชายเต็มไปด้วยความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น
เมื่อเราต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น ความเข้าใจและยอมรับความแตกต่างของอีกฝ่ายหนึ่ง จะช่วยลดความสับสนได้มาก เมื่อคุณจำได้ว่า ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็อธิบายได้ ผมจะกล่าวถึงสิ่งที่ไม่เหมือนกันของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด แต่ละบทจะทำให้คุณเกิดความเข้าใจใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดีว่า สิ่งที่ผู้ชายและผู้หญิงแตกต่างกันมีอะไรบ้าง
นั่นคือ ผู้ชายชอบให้คำตอบที่ผู้หญิงไม่ต้องการ ขณะที่ผู้หญิงชอบสั่งสอนหรือแนะนำผู้ชาย โดยที่เขาไม่ได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือเลย
เวลาเกิดปัญหาขึ้น ผู้ชายและผู้หญิงจัดการกันอย่างไร ขณะที่ผู้ชายจะขอปลีกตัวออกมาและคิดหาทางออกเงียบ ๆ คนเดียว ผู้หญิงกลับรู้สึกว่าต้องการระบายสิ่งที่รบกวนใจให้ใครสักคนที่เชื่อใจได้ฟัง
ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อพวกเธอรู้สึกว่าตัวเองน่าทะนุถนอม เราจะเรียนรู้ถึงสามขั้นตอนในการทำให้ความรู้สึกดีขึ้น และทำอย่างไรจึงจะชนะอุปสรรคที่ยากที่สุดภายในใจเรา นั่นคือ ผู้ชายต้องเอาชนะตัวเองด้วยการเป็นฝ่ายให้ความรัก และผู้หญิงต้องเอาชนะใจตัวเองที่จะเป็นฝ่ายรับความรักให้ได้
เหตุที่ผู้ชายและผู้หญิงเข้าใจผิดกันเป็นประจำเนื่องจากทั้งสองฝ่ายพูดคนละภาษา จะรู้ว่า ผู้ชายและผู้หญิงพูดและหยุดพูดด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างไรบ้าง ผู้หญิงจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อผู้ชายไม่ยอมพูดด้วย
คุณจะค้นพบว่าทำไมผู้ชายและผู้หญิงต้องการความใกล้ชิดที่ไม่เหมือนกัน ผู้ชายอยากอยู่ใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกันก็อยากอยู่ห่างออกไปเช่นกัน ผู้หญิงจะรู้วิธีจัดการกับเรื่องอย่างนี้เพื่อทำให้เขาหันกลับมาหาเธออีกครั้ง และรู้ว่าควรจะเริ่มต้นพูดคุยกับผู้ชายเมื่อไร
เราจะรู้ว่าความรู้สึกเกี่ยวกับความรักของผู้หญิงขึ้นและลงเหมือนกับคลื่นได้อย่างไร ผู้ชายจะรู้วิธีตีความหมายของอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างปุ๊บปั๊บของผู้หญิงได้อย่างไร พวกเขาจะรู้ว่าผู้หญิงต้องการใกล้ชิดผู้ชายมากที่สุดตอนไหน และจะอยู่เป็นกำลังใจในช่วงเวลานั้นอย่างเหมาะเจาะได้อย่างไร
คุณจะพบว่าผู้ชายและผู้หญิงมอบความรักให้กับอีกฝ่ายหนึ่งอย่างที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่อย่างที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการ โดยทั่วไปผู้ชายต้องการความเชื่อใจ การยอมรับ และคำยกย่อง ในขณะที่ผู้หญิงต้องการความรักแบบทะนุถนอม ความเห็นอกเห็นใจ และยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น
คุณจะพบวิธีหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง ผู้ชายจะรู้ว่าการคิดว่าเป็นฝ่ายถูกเสมอนั้นทำให้ผู้หญิงไม่ชอบ ผู้หญิงจะเรียนรู้ว่า พวกเธอผิดพลาดที่มันแสดงความรู้สึกที่ว่าไม่ยอมรับฝ่ายชายออกไป แทนที่จะแสดงความรู้สึกว่าไม่เห็นด้วย ซึ่งทำให้ผู้ชายต้องปกป้องตัวเอง
จะบอกให้รู้ถึงวิธีทำคะแนนของผู้ชายและผู้หญิง ผู้ชายจะรู้ว่าของขวัญสำหรับความรักทุกชิ้นมีความสำคัญเท่ากันโดยไม่ขึ้นอยู่กับราคาและขนาด ดังนั้นแทนที่จะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ ๆ เพียงชิ้นเดียว พวกเขาจะเรียนรู้ว่าการแสดงออกถึงความรักด้วยสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน
คุณจะรู้วิธีพูดในช่วงหน้าสิ่งหน้าขวาน รู้ว่าผู้หญิงและผู้ชายซ่อนความรู้สึกไว้แตกต่างกัน และแนะนำวิธีเขียนจดหมายรักเพื่อระบายความรู้สึกในแง่ลบให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ เป็นวิธีที่ทำให้แต่ละฝ่ายสามารถที่จะค้นพบความรักที่ยิ่งใหญ่และการให้อภัย
เหมือนกับที่ชาวอังคารไม่ชอบทำตามที่ฝ่ายหญิงต้องการ คุณจะรู้ว่าทำไมประโยคที่ว่า คุณจะช่วยฉันได้ไหม และ คุณทำได้หรือเปล่า จึงทำให้พวกผู้ชายไม่พอใจขึ้นมาทันที และคุณจะรู้ว่าควรจะพูดประโยคไหนแทน
คุณจะรู้จักฤดูของความรักสี่แบบ ความเข้าใจความจริงข้อนี้จะทำให้คุณเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ช่วยให้คุณเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ กันได้ คุณจะรู้ว่า ประสบการณ์ในอดีตของทั้งสองฝ่ายส่งผลกระทบกับปัจจุบันได้อย่างไร และเรียนรู้เคล็ดลับต่างๆ ที่จะทำให้ความรักยั่งยืนและสดชื่นตลอดไป
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2009, 12:37:09 PM โดย okienokie »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ปู่เฟืองจำปี
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 21, 2009, 08:52:40 AM » |
|
อ่านซะเหนื่อยเลย ช่างขยันพิมพ์จังเลยน้อง :Pl
จะสรุปอย่างไรดีล่ะ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไว้ใจกัน ไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวจนเกินเส้น ที่สุดแล้ว ความรัก อดทน อดกลั้น นั่นแหละลดปัญหาความขัดแย้ง แล้วก็เจรจาพูดคุยให้เข้าใจกันดีที่สุด :hb :hb :SH :SH :SH :SH
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 21, 2009, 09:04:18 AM โดย ปู่เฟืองจำปี »
|
บันทึกการเข้า
|
แม้นบุรุษถือสัจธรรม นกนางนวลยังเชื่องเชื่อ หากผิดเพี้ยนจากมรรคา สัตว์เลี้ยงในบ้านก็วิปลาส 
|
|
|
|
โนว
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2010, 03:33:02 PM » |
|
ผู้ชายไม่เพียงแต่ต้องการความรักเพียงความเดียว แต่ดิ้นรนเพื่อให้ได้ความรักเลยทีเดียว ปัญหาก็คือผู้ชายไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร พวกเขาแทบไม่เคยเห็นพ่อทำความพอใจให้กับแม่ของเขาเลยสักครั้ง ผลลัพธ์ก็คือ ทำให้เขาไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงก็คือการเป็นฝ่ายให้ เมื่อความสัมพันธ์เกิดล้มเหลว เขาจะหดหู่ใจและติดอยู่ในถ้ำ เลิกสนใจคนอื่นและไม่รู้ว่าทำไมตัวเองจึงหดหู่มากขนาดนั้น
เมื่อเป็นอย่างนี้ เขาจะวนเวียนอยู่กับการทำตัวห่างออกมาและเข้าไปอยู่ในถ้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาถามตัวเองว่ามีชีวิตอยู่เพื่อใคร และควรจะทำอย่างไร เขาไม่เคยรู้เลยว่าการที่เขาหยุดสนใจคนอื่นนั้น เป็นเพราะเขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับคนอื่น เขาไม่รู้ว่า ถ้าเขาพบใครสักคนที่เห็นค่าในตัวเขาแล้ว เขาจะสามารถสลัดความหดหู่ใจให้หมดไปและมีชีวิตที่น่าตื่นเต้นอีกครั้ง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ฮีบรู 11
|
|
|
|
โนว
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2010, 03:34:36 PM » |
|
ผู้ชายส่วนมากไม่เคยรู้มาก่อนว่า ความรู้สึกที่มีใครสักคนคอยห่วงใยสำคัญกับเธอมากขนาดไหน ผู้หญิงจะมีความสุขเมื่อคิดว่าพวกเธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ เมื่อผู้หญิงไม่พอใจ อ่อนไหว สับสน เหน็ดเหนื่อย หรือสิ้นหวัง สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดก็คือเพื่อนสักคน เธอไม่ต้องการอยู่คนเดียว
ความเห็นใจ ความเข้าใจ ความมีเหตุผล และความปรารถนา มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เธอยอมรับแรงสนับสนุนจากเขา ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความรู้สึกอันนี้ของฝ่ายหญิง เพราะสำหรับเขาแล้ว วิธีที่ดีที่สุดเมื่อเธอไม่พอใจก็คือปล่อยให้เธออยู่คนเดียว เนื่องจากนั่นเป็นวิธีที่ชาวอังคารปฏิบัติต่อกัน เพราะเขาคิดว่าถ้าอยู่ด้วยยิ่งทำให้แย่หนักเข้าไปอีก เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความใกล้ชิด ความห่วงใย และการแบ่งปันความรู้สึกนั้นสำคัญมากต่อผู้หญิงมากขนาดไหน
ถ้ามีใครร่วมรับฟังความทุกข์ของเธอ เธอจะรู้สึกสบายใจขึ้น ความสงสัย และหวาดวิตกจะหายไปทันที เธอจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เมื่อรู้ว่ายังมีคนที่รักเธออยู่โดยที่ไม่จำเป็นต้องแสวงหามัน เธอทำตัวตามสบายได้ เป็นฝ่ายให้น้อยลงสักนิด และเริ่มเป็นฝ่ายรับมากขึ้นอีกหน่อยได้ ก็เพราะนี่เป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับอยู่แล้ว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ฮีบรู 11
|
|
|
|
โนว
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2010, 03:44:09 PM » |
|
เมื่อไรก็ตามที่ผู้หญิงเสนอคำแนะนำ หรือพยายาม “ ช่วยเหลือ ” ผู้ชาย เธอไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากสำหรับเขา
เขา ไม่เคยรู้เลยว่า ถ้าต้องการช่วยเธอจริงๆ แล้ว ขอเพียงแค่นั่งฟังเธอด้วยความเห็นอกเห็นใจนั้นก็พอ เขาไม่รู้ว่าการที่ชาวศุกร์พูดถึงปัญหาของตัวเองนั้น ไม่ใช่การเชื้อเชิญให้ใครมาเสนอทางแก้ไขให้
ชีวิตบนดาวศุกร์
ชาว ศุกร์มีค่านิยมที่แตกต่างออกไป พวกเธอให้ความสำคัญกับความรัก การพูดจา ความสวยงาม และความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน พวกเธอใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเอาใจใส่และดูแลซึ่งกันและกัน ความรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขนาดไหนขึ้นอยู่กับว่าความรู้สึกและรูปแบบของ ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
ความรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขนาดไหน ขึ้นอยู่กับว่าความรู้สึกและรูปแบบของความสัมพันธ์เป็นอย่างไร
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
ทุก สิ่งทุกอย่างบนดาวศุกร์สะท้อนให้เห็นค่านิยมข้อนี้ แทนที่จะคิดถึงเรื่องการสร้างทางด่วนและอาคารสูงๆ ชาวศุกร์กลับให้ความสำคัญเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นสุข การอยู่ร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียว และความรักใคร่กลมเกลียวกันมากกว่า ความสัมพันธ์มีค่ามากกว่างานหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยสรุปแล้ว วิถีชีวิตของชาวศุกร์นั้นตรงกันข้ามกับวิถีชีวิตบนดาวอังคาร
ผู้หญิงไม่ชอบใส่เครื่องแบบเหมือนกับผู้ชาย (ที่ แสดงให้เห็นถึงความสามารถ) ในทางตรงกันข้าม พวกเธอชอบเปลี่ยนชุดไปเรื่อยๆ ตามความรู้สึกและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน เธอให้ความสำคัญกับการแต่งตัวตามอารมณ์มากที่สุด พวกเธออาจจะเปลี่ยนได้หลายๆ ชุดในหนึ่งวันตามอารมณ์ที่เปลี่ยนไป
ผู้หญิง เห็นว่าการพูดสำคัญเป็นอันดับแรก การพบปะพุดคุยสำคัญกว่าการทำงานให้ประสบความสำเร็จเสียอีก ยิ่งมีโอกาสพูดมากเท่าไร เธอยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น
ชาว อังคารไม่เข้าใจนิสัยแบบ นี้ ความรู้สึกที่พวกเธอได้รับจากการพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดของผู้หญิง นั้น ก็คล้ายกับความรู้สึกที่ผู้ชายได้รับตอนที่ชนะอะไรสักอย่าง เช่น ทำงานได้สำเร็จ หรือแก้ปัญหาได้นั่นเอง
ผู้หญิงส่วนใหญ่สนใจเรื่องความสัมพันธ์มากกว่าความสำเร็จ พวกเธอสนใจเรื่องความหวังดี ความรัก และการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ผู้ชายสองคนไปรับประทานอาหารเพื่อพูดเรื่องธุรกิจเพราะพวกเขามีปัญหาต้อง แก้ไข หรือไปภัตตาคารเพื่อหาอาหารดีๆ จะได้ไม่ต้องออกไปซื้อกับข้าง ไม่ต้องเข้าครัวและไม่ต้องล้างจาน แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว การไปภัตตาคารคือหนทางหนึ่งที่จะไปกระชับความเป็นมิตร เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน เรื่องที่พูดคุยกันบนโต๊ะอาหารของผู้หญิงนั้น มีทั้งเรื่องไกลตัวและเรื่องใกล้ตัวคล้ายๆ กับที่เกิดขึ้นระหว่างคนไข้กับจิตแพทย์
บน ดาวศุกร์ ทุกคนเรียนวิชาจิตวิทยาและอย่างน้อยก็จบปริญญาโทด้านการให้คำปรึกษา พวกเขาสนใจเรื่องการพัฒนาตนเอง พัฒนาจิตใจ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิต สุขภาพและการเจริญเติบโต บนดาวศุกร์เต็มไปด้วยสวยสาธารณะ สวนผลไม้ ห้างสรรพสินค้า และภัตตาคาร
ชาว ศุกร์มีความเฉลียวฉลาดมาก พวกเธอพัฒนาความสามารถนี้นานนับศตวรรษไปกับการสนใจความต้องการของคนอื่น พวกเธอรู้สึกภูมิใจตัวเองเมื่อสามารถเอาใจใส่และดูแลความรู้สึกของคนอื่น วิธีแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ก็คือช่วยเหลือและดูแลคนอื่นก่อนที่เขาหรือเธอจะ ร้องขอ
เนื่อง จากการพิสูจน์ว่าตัวเองเก่ง นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับชาวศุกร์ การเสนอความช่วยเหลือจึงไม่ถือเป็นการคุกคาม และการร้องขอความช่วยเหลือไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่สำหรับชาวอังคารแล้วถือเป็นการคุกคามอย่างหนึ่ง เมื่อไรที่ผู้หญิงเสนอความช่วยเหลือให้กับเขา มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถ
ชาว ศุกร์คิดไม่เหมือนกับชาวอังคาร พวกเธอคิดว่าการที่มีใครเสนอตัวช่วยเหลือเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่ามีคนรักและน่าภูมิใจ และทำให้เธอมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าเป็นผู้ชาย อาจทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า อ่อนแอ และไม่น่ารัก
บนดาวศุกร์ การให้คำแนะนำและข้อเสนอต่างๆ ถือเป็นการแสดงความเอาใจใส่ ชาวศุกร์เชื่อว่างานทุกอย่างย่อมมีทางปรับให้ดีขึ้นได้ ธรรมชาติของพวกเธอต้องการปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้น เมื่อผู้หญิงสนใจใคร พวกเธอจะบอกให้รู้ว่าควรปรับปรุงสิ่งไหนได้บ้างและแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไร พวกเธอเห็นว่า การเสนอคำแนะนำและการวิพากษ์วิจารณ์ในทางสร้างสรรค์เป็นการแสดงออกของความ รักอย่างหนึ่ง
แต่ชาวอังคารคิดไม่เหมือนกัน พวกเขาชอบแก้ปัญหา ถ้าอะไรยังใช้งานได้อยู่ คำขวัญก็คือ “อย่าไปยุ่ง” ธรรมชาติของชาวอังคารก็คือปล่อยให้มันทำงานต่อไป “ถ้าไม่เสีย อย่าไปเสียเวลาซ่อม” ดัง นั้น เมื่อผู้หญิงพยายามปรับปรุงผู้ชาย จึงทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขาบกพร่อง แสดงว่าเขาเป็นคนใช้ไม่ได้ เธอไม่ได้ตระหนักเลยว่าความพยายามช่วยเหลือของเธอ ทำให้เขารู้สึกเสียหน้า เธอคิดเพียงว่า การทำอย่างนี้ช่วยให้เขาดีขึ้น
สำหรับเธอแล้ว เธอกำลังแสดงให้เห็นว่า “ฉันเป็นห่วงคุณ”
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ฮีบรู 11
|
|
|
|
โนว
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2010, 03:48:24 PM » |
|
สำหรับผู้ชายแล้ว การพิสูจน์ว่าตนเองทำได้สำเร็จถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเรื่องขับรถไปร้านอาหารหรือไปงานเลี้ยง ดูเหมือนเขาสนใจเรื่องเล็กน้อยมากกว่าเป็นเรื่องใหญ่ๆ เสียอีก ผู้ชายจะมีความคิดอย่างนี้ “ถ้างานง่ายๆ อย่างขับรถไปงานเลี้ยงแค่นี้ เธอยังไม่ไว้วางใจผม แล้วเธอจะไว้วางใจให้ผมทำงานใหญ่ได้อย่างไร?” เหมือน กับต้นตระกูลของชาวอังคาร ผู้ชายรู้สึกภูมิใจที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องเกี่ยวกับการซ่อมแซมเครื่องยนต์กลไก การเดินทาง หรือแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงก็ยิ่งดี สิ่งที่เขาต้องการคือความมั่นใจว่าเขาทำได้ ไม่ใช่คำแนะนำหรือคำวิจารณ์
>>> เรียนรู้ที่จะฟัง
ใน ทำนองเดียวกัน ถ้าผู้ชายไม่รู้ว่าผู้หญิงคิดอย่างไร เขาก็ทำเรื่องเลวร้ายได้เช่นกัน ถ้าเขาพยายามหาทางแก้ไขให้ผู้หญิง ผู้ชายต้องรู้ว่าผู้หญิงพูดถึงปัญหาเพื่อต้องการใกล้ชิดและไม่จำเป็นต้องได้ รับคำตอบเสมอไป
หลายครั้งที่ผู้หญิงเพียงต้องการระบายความรู้สึกให้ฟังเท่านั้น แต่ผู้ชายกลับคิดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือสรุปแล้ว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคือ
1. ผู้ชายพยายามเปลี่ยนความรู้สึกของผู้หญิง ขณะที่ผู้หญิงไม่พอใจกับการชอบเสนอทางแก้ไขที่เธอไม่ต้องการรู้ของผู้ชาย
2. ผู้หญิงพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ชายเมื่อเขาทำผิดพลาด โดยทำตัวเป็นกรรมการปรับปรุงบ้านและให้คำแนะนำที่เขารับไม่ได้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ฮีบรู 11
|
|
|
|